
ความวิตกกังวล (Anxiety)
ในโลกปัจจุบันที่มีแต่ความเร่งรีบ วุ่นวาย ทำให้หลายคนเกิดความเครียดและวิตกกังวล
ความวิตกกังวลเป็นความรู้สึกว่าจะมีเรื่องที่ไม่ดีเกิดขึ้น หากเป็นความวิตกกังวลเล็กๆ น้อยๆ ถือเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าหากวิตกกังวลมากเกินไปก็อาจรบกวนการดำเนินชีวิตประจำวันและส่งผลเสียรุนแรงต่อสุขภาพได้
- วิตกกังวลอย่างมาก หรือกังวลว่าจะมีเรื่องร้ายเกิดขึ้นโดยไม่สามารถหยุดคิดได้
- ความวิตกกังวลอาจรบกวนการดำเนินชีวิตประจำวัน และสัมพันธภาพกับคนรอบข้าง
- มีแนวโน้มอ่อนเพลียได้ง่ายฉุนเฉียว หงุดหงิด
- กระวนกระวายใจ
- ไม่มีสมาธิ ว่อกแว่กง่าย
- นอนไม่หลับ
- มีอาการกล้ามเนื้อตึง และปวดเกร็ง (เช่น ปวดขากรรไกร หลังหรือต้นคอ)
- ปัสสาวะถี่และบ่อย
- ท้องเสีย
การเกิดภาวะตื่นตระหนกเป็นหนึ่งในรูปแบบหนึ่งของโรควิตกกังวล ซึ่งลักษณะอาการที่อาจสังเกตได้คือ
- กลัวความตาย หรือเริ่มคลุ้มคลั่ง
- หัวใจเต้นเร็ว (อัตราการเต้นหัวใจเพิ่มถี่ขึ้น)
- รู้สึกแน่นหน้าอก หรือหายใจไม่ออก
- เหงื่อออกมากผิดปกติ
- วิงเวียน
- เกิดอาการสั่นและเกร็ง
- คลื่นไส้และปวดท้อง
ความวิตกกังวลอาจเกิดขึ้นจากหลายปัจจัยดังต่อไปนี้
- สถานการณ์ที่ตึงเครียดและความกดดันจากสังคมรอบข้าง เช่น ความกดดันจากการทำงาน จากครอบครัว การสูญเสียคนใกล้ชิดหรือเพื่อนสนิท และความเครียดที่มาจากการดำเนินชีวิตประจำวันที่เร่งรีบล้วนกระตุ้นให้เกิดความวิตกกังวลมากยิ่งขึ้น
- ความวิตกกังวลอาจเป็นอาการ หรือถูกกระตุ้นมาจากปัญหาสุขภาพบางอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาวะที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่น ภาวะต่อมธัยรอยด์ทำงานมากเกินไป (Hyperthyroid) การตั้งครรภ์หรือการคลอดบุตร วัยทองและภาวะก่อนมีประจำเดือน ซึ่งจากประเด็นนี้จึงทำให้เพศหญิงมีแนวโน้มที่จะเกิดความวิตกกังวลมากกว่าเพศชาย
- อาจเกี่ยวข้องกับโรคหัวใจ ( และโรคเบาหวาน)
- ตนเองหรือคนในครอบครัวที่เคยมีปัญหาสุขภาพจิตเป็นสาเหตุเบื้องต้นทำให้มีภาวะวิตกกังวล หรือเกิดกับคนที่มีลักษณะนิสัย เช่น เป็นคนยึดติดกับความสมบูรณ์แบบ และ/หรือขาดความมั่นใจในตนเอง หรือผู้ที่ผ่านช่วงเวลาของครอบครัวอย่างลำบากในวัยเด็ก ล้วนเพิ่มความเสี่ยงทำให้เกิดโรควิตกกังวล
- การขาดสารอาหารประเภทวิตามินบีรวมและแร่ธาตุต่างๆ อย่างแมกนีเซียมและสังกะสีก็เป็นสาเหตุของความวิตกกังวล
วิธีรักษา
- เมื่อรู้สึกอ่อนล้าหรือเหน็ดเหนื่อย ร่างกายเราจำเป็นต้องได้รับสารอาหารในปริมาณมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มของวิตามินบีรวมและวิตามินซี ซึ่งหากร่างกายขาดวิตามินเหล่านี้อาจมีส่วนทำให้เกิดความวิตกกังวล ทั้งนี้เพื่อสุขภาพที่ดีควรเลือกรับประทานอาหารเสริมที่มีสูตรเสริมแมกนีเซียม ซึ่งจะช่วยทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงและทำงานได้ดี
- หากความกังวล ความเครียดหรือภาวะจิตใจที่ว้าวุ่นรบกวนการนอนหลับ ควรรับประทานสมุนไพรที่มีสรรพคุณช่วยทำให้นอนหลับได้ดีและบรรเทาอาการนอนไม่หลับ เช่น นางชม (passionflower), เลม่อนบาล์ม (lemon balm) และ ฮ๊อพส์ (hops) นอกจากนี้สรรพคุณของสมุนไพรเหล่านี้ยังช่วยบรรเทาระบบย่อยอาหารที่ทำงานผิดปกติอันเกิดจากความเครียด ความวิตกกังวล อาการหงุดหงิด เช่น อาหารไม่ย่อย และอาการปวดเกร็ง
- ถ้าคุณยังรู้สึกวิตกกังวล ลองรับประทานสมุนไพรเซนต์จอห์นเวอร์ท (St. John’s wort) ที่จะทำให้รู้สึกผ่อนคลายและสงบ บรรเทาความวิตกกังวลและหงุดหงิด
การบำบัดและรักษาความวิตกกังวลจำเป็นต้องเสริมสร้างรูปแบบการดำเนินชีวิตให้ดีขึ้น และรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเลิกสูบบุหรี่ การงดเครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฮอล์หรือผสมคาเฟอีน และหลีกเลี่ยงการรับประทานที่ทำให้เกิดการแพ้อาหาร
การปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินชีวิตที่ดีนี้จะช่วยลดความวิตกกังวล ควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่มีประโยชน์มีสารอาหารครบถ้วน รับประทานอาหารเสริมและอาหารเสริมสมุนไพร นอกจากนี้การนำเอาเทคนิคต่างๆ ที่จะช่วยทำให้ผ่อนคลายมาใช้หรือแม้กระทั่งการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก็จะช่วยบำบัดภาวะความวิตกกังวลได้เช่นกัน
การพึ่งยาเพียงอย่างเดียวไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาของอาการวิตกกังวล คุณควรปรึกษาผู้ที่ใช้วิธีการรักษาโรคโดยไม่ใช้ยาหรือแพทย์ทางเลือก หรือขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ โดยแผนการรักษาอาจประกอบด้วยการปรึกษาพูดคุย การบำรุงด้วยสารอาหาร การรับประทานยาสมุนไพร การรับประทานอาหารเสริมและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการรับประทานอาหาร วิถีการดำเนินชีวิตและการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
ขอขอบคุณบทความดีๆ จาก Blackmores